1. ที่มาและความสำคัญ
ภายใต้วิสัยทัศน์ “นำนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล ด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” กนอ. มีพันธกิจสำคัญในการเพิ่มคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคมและสิ่งแวดล้อมบนหลักธรรมาภิบาล สร้างความเจริญเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม / ท่าเรืออุตสาหกรรม สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลบนพื้นฐานของคุณธรรมและความโปร่งใสจากการตระหนักว่าการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมส่งผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินงานนิคมอุตสาหกรรม
ในปี 2567 กนอ. ได้ดำเนินโครงการศึกษาและกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลลัพธ์ทางสังคมของการดำเนินงานนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการนำหลักเกณฑ์มาสู่การยกระดับคุณค่าและผลลัพธ์ทางสังคมที่ กนอ. ดำเนินงานทั้งในกระบวนการดำเนินธุรกิจ (In Process) และในกิจกรรมเพื่อสังคม (After Process) และสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถึงคุณค่าร่วม (Creating Share Value) ที่การดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมได้ส่งมอบ ต่อสังคมและชุมชนโดยรอบทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในปี 2568 กนอ. จึงดำเนินโครงการประเมินผลลัพธ์เชิงสังคมของการดำเนินงานนิคมอุตสาหกรรม (Social Impact Assessment : SIA) ประจำปี 2568 เพื่อวัดผลสำเร็จของการดำเนินงานตามพันธกิจข้างต้น ที่ได้สร้างผลประโยชน์แก่ภาคเศรษฐกิจ และการดำเนินงานของนิคมฯ ให้สามารถเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบรรลุเป้าหมาย การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปี 2570 และขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ อย่างยั่งยืน ในปี 2575 ต่อไป
2. วัตถุประสงค์โครงการ
- เพื่อประเมินผลลัพธ์เชิงสังคมของนิคมฯ ที่ กนอ. ดำเนินการเอง
- เพื่อทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงาน และผูกพันกับ กนอ. จาก ความไว้วางใจและความพึงพอใจที่ กนอ. สร้างประโยชน์ให้เกิดแก่สังคมควบคู่กับภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ในระดับนิคมอุตสาหกรรม
- มีเครื่องมือในการประมินตนเอง อย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานสากล
- ช่วยให้นิคมสามารถตรวจสอบและประเมินการดำ เนินงานของตนเองอย่างเป็นระบบและตระหนักถึงผลลัพธ์จากการดำ เนินงาน
- สร้างความชัดเจนในการดำ เนินงานและปรับปรุงตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล
- เกิดข้อมูลเชิงลึกสำคัญการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- สามารถระบุจุดแข็ง จุดพัฒนา เพื่อช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำ งานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- เกิดการบูรณาการด้านข้อมูล โครงการ กิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ทำ น้อยได้มาก
- สร้างภาพลักษณ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับนิคมอุตสาหกรรม
- ได้รับความไว้วางใจจากสังคมชุมชน เป็นที่น่าสนใจในการลงทุนและพัฒนา
- มีข้อมูลเชิงลึกในการสื่อสาร เรียนรู้ สร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนิคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เสริมสร้างความเข้าใจและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
- เกิดการเตรียมความสนับสนุนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล
- เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
- บริหารความเสี่ยง และส่งเสริมโอกาสในการเชื่อมโยง Global Value Chain
ในระดับประเทศ
- ยกระดับ Green Performance Index
- ส่งเสริมโอกาสในการลงทุนสีเขียว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ
- นำร่องการเปิดเผยผลลัพธ์สังคมการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาคร่วมกับเครือข่ายมาตรฐานสากล (UNIDO, SDG Impact Standard)
4. กรอบมาตรฐาน
- SDG IMPACT & SOCIAL VALUE INTERNATIONAL
- การวิเคระห์ประเมินผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมภายใต้ การกำกับดูแลของ กนอ.
- ในมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม คลอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่คุณค่าของ กนอ.
- ประเมินมูลค่า ตามกรอบมาตรฐาน Social value principle
- เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลฐานและค่าเฉลี่ยมูลค่า Impact ในระดับประเทศ
- UNIDO
- วิเคราะห์แนวปฎิบัติและผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นเทียบกับแนวปฎิบัติที่สะท้อนเป้าหมายการมุ่งสู่ SDG ตามกรอบมาตรฐาน inclusive & sustainable industrial development (ISID,UNIDO)
- พัฒนาแบ่งระดับเกณฑ์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับเกณฑ์ ECO ในปัจจุบัน เป็นลำดับขั้นที่นำไปสู่ระดับเกณฑ์สากล
- เพื่อวิเคราะห์ระดับผลการปฎิบัติเทียบเคียงกับ International perfromance rating